Ruchida 的个人资料--¤ஐ ..ღ♡ღ..一厘 の 花..ღ♡ღ....照片日志列表更多 工具 帮助

日志


บอกรัก 100 ภาษา

 

 

 

 

                            

 

 

 

English - I love you

Afrikaans - Ek het jou lief

Albanian - Te dua

Arabic - Ana behibak (to male)

Arabic - Ana behibek (to female)

Armenian - Yes kez sirumen

Bambara - M'bi fe

Bangla - Aamee tuma ke bhalo aashi

Belarusian - Ya tabe kahayu

Bisaya - Nahigugma ako kanimo

Bulgarian - Obicham te

Cambodian - Soro lahn nhee ah

Cantonese Chinese - Ngo oiy ney a

Catalan - T'estimo

Cheyenne - Ne mohotatse

Chichewa - Ndimakukonda

Corsican - Ti tengu caru (to male)

Creol - Mi aime jou

Croatian - Volim te

Czech - Miluji te

Danish - Jeg Elsker Dig

Dutch - Ik hou van jou

Esperanto - Mi amas vin

Estonian - Ma armastan sind

Ethiopian - Afgreki'

Faroese - Eg elski teg

Farsi - Doset daram

Filipino - Mahal kita

Finnish - Mina rakastan sinua

French - Je t'aime, Je t'adore

Gaelic - Ta gra agam ort

Georgian - Mikvarhar

German - Ich liebe dich

Greek - S'agapo

Gujarati - Hoo thunay prem karoo choo

Hiligaynon - Palangga ko ikaw

Hawaiian - Aloha wau ia oi

Hebrew - Ani ohev otah (to female)

Hebrew - Ani ohev et otha (to male)

Hiligaynon - Guina higugma ko ikaw

Hindi - Hum Tumhe Pyar Karte hae

Hmong - Kuv hlub koj

Hopi - Nu' umi unangwa'ta

Hungarian - Szeretlek

Icelandic - Eg elska tig

Ilonggo - Palangga ko ikaw

Indonesian - Saya cinta padamu

Inuit - Negligevapse

Irish - Taim i' ngra leat

Italian - Ti amo

Japanese - Aishiteru

Kannada - Naanu ninna preetisuttene

Kapampangan - Kaluguran daka

Kiswahili - Nakupenda

Konkani - Tu magel moga cho

Korean - Sarang Heyo

Latin - Te amo

Latvian - Es tevi miilu

Lebanese - Bahibak

Lithuanian - Tave myliu

Malay - Saya cintakan mu / Aku cinta padamu

Malayalam - Njan Ninne Premikunnu

Mandarin Chinese - Wo ai ni

Marathi - Me tula prem karto

Mohawk - Kanbhik

Moroccan - Ana moajaba bik

Nahuatl - Ni mits neki

Navaho - Ayor anosh'ni

Norwegian - Jeg Elsker Deg

Pandacan - Syota na kita!!

Pangasinan - Inaru Taka

Papiamento - Mi ta stimabo

Persian - Doo-set daaram

Pig Latin - Iay ovlay ouyay

Polish - Kocham Ciebie

Portuguese - Eu te amo

Romanian - Te ubesk

Russian - Ya tebya liubliu

Scot Gaelic - Tha gradh agam ort

Serbian - Volim te

Setswana - Ke a go rata

Sindhi - Maa tokhe pyar kendo ahyan

Sioux - Techihhila

Slovak - Lu'bim ta

Slovenian - Ljubim te

Spanish - Te quiero / Te amo

Swahili - Ninapenda wewe

Swedish - Jag alskar dig

Swiss-German - Ich lieb Di

Tagalog - Mahal kita

Taiwanese - Wa ga ei li

Tahitian - Ua Here Vau Ia Oe

Tamil - Nan unnai kathalikaraen

Telugu - Nenu ninnu premistunnanu

Thai - Chan rak khun (to male)

Thai - Phom rak khun (to female)

Turkish - Seni Seviyorum

Ukrainian - Ya tebe kahayu

Urdu - mai aap say pyaar karta hoo

Vietnamese - Anh ye^u em (to female)

Vietnamese - Em ye^u anh (to male)

Welsh - 'Rwy'n dy garu

Yiddish - Ikh hob dikh

Yoruba - Mo ni fe

 
 

ตำนานคานทอง

 
มีตำนาน เล่าขาน กันสืบมา มีคานหนึ่ง สวยสง่า เปี่ยมราศี อันทางขึ้น
นั้นเดินง่าย สบายดี แต่ โทษทีขาลง ยาก ลำบากลำบน ต้นกำเนิด เกิดจาก
สาวนางหนึ่ง สวยสุดซึ้ง สวยกว่า น้องน้ำฝน เป็นลูกสาว เศรษฐี ประจำตำบล ชราชน
หนุ่มน้อยใหญ่ ต่างหมายปอง ...ท่านเศรษฐี องอาจ ประกาศว่า อันลูกข้า
หนึ่งนี้ ไม่มีสอง หากแม้นใคร อยากได้ ไปคุ้มครอง อย่างน้อยต้อง ทองล้านชั่ง?
นี่กันเอง (ราคา) ...แต่ลูกสาว เศรษฐี มีคนรัก ยากจนนัก จนยิ่งกว่า จะหาไหน
โอ้ชาตินี้ มีกรรมหนัก ขอพักใจ แค้นบรรลัย ต้องลาไกล ไปขุดทอง ...หายไปร่วม
สามสิบปี มีทองหลาย ข่าวจากสาย สมใจ ให้คลายหมอง ว่าน้องนั้น ยังดีอยู่
ไร้คู่ครอง อยู่ไม่ได้ จำรีบต้อง ไปจองเธอ ...บอกว่าที่ พ่อตา มาแล้วครับ
มาพร้อมกับ ทองตามข้อ พ่อเสนอ อยู่ที่ไหน หวานใจ I Want To See Her
พ่อบอกเออ!!!อยู่ข้างใน เข้าไปเลย ...แสนดีใจ ได้จะพบ ประสบหน้า ร้องถาม ป้า
(ที่นั่งอยู่) ป้าบอกว่า ก็ตัวฉันเอง นี่ยังไง จำน้องน้อย ไม่ได้ น้อยใจนัก
เจ้าหนุ่มจ้อง มองดู อยู่ไม่นาน แสนดีใจ ประมาณว่า น้ำตาไหล (หนัก)
หัวใจเต้น ระรัว ตัวเริ่มชัก ดิ้นสักพัก แล้วก็จาก โลกนี้ไป ...ทองที่ขน
มามากมาย ทำไงดี สาวจึงมี โครงการ ทำงานใหญ่ สร้างเป็นคาน ไว้นั่ง ฟังเพลงไทย
จนหล่อนตาย จึงทิ้งไว้ เป็นชาติพลีคานนี้ขึ้น ไปแล้วจะติดใจ อยู่ได้นาน
จะเบิกบาน เปี่ยมสง่า และราศี ไร้ปัญหา ไร้บุตรธิดา (และ) ไร้สามี ของดีๆ
อย่างนี้ ต้องแนะนำ

harry potter and the deathly hallows (chapter 1-5)

 

บทที่ 1 - The Dark Lord Ascending

กล่าวถึงโวลเดอมอร์ กำลังวางแผนประชุมอยู่กับพวก Death Eaters ค่ะ สเนปบอกที่ประชุมว่าแฮร์รี่จะออกเดินทางวันไหน มีบางส่วนยังไม่เชื่อสเนปแล้วก็เถียงกัน คุยเรื่อง Ministry of Magic โวลดี้ต้องการไม้กายสิทธิ์ของคนอื่นและเขาต้องการฆ่าแฮร์รี่เอง โวลดี้เลยจะเอาไม้ของลูเซียส ซึ่งลูเซียสก็ขัดไม่ได้ โวลดี้เลยกระแนะกระแหน่ลูเซียสแทน ไป ๆ มา ๆ คนอื่นก็ช่วยกันแขวะเรื่องครอบครัวมัลฟอยค่ะ ยกข่าวเรื่องท็องก์ (มีศักดิ์เป็นหลานของเบลลาทริกซ์ ลูเซียสกับนาซิสซ่าร์) ที่ไปแต่งงานกับลูปินที่เป็นหมาป่า เลยโดนหัวเราะเยาะค่ะจากนั้น โวลดี้ก็เปิดเผยแขกในที่ประชุม เป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนเกี่ยวกับมักเกิ้ล ชื่อว่า Charity Burbage แล้วก็ฆ่าเธอค่ะ

Note :

- เดรโกนั่งอยู่ด้วยค่ะ เข่าอ่อนตกเก้าอี้ตอนโวลดี้ฆ่าอาจารย์ Burbage ค่ะ

- พวกฝั่งโวลดี้เป็นพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์ การแต่งงานหรือคบหามักเกิ้ลเป็นเรื่องน่ารังเกียจ

- โวลดี้เอาไม้ของคนอื่น คาดว่า เพราะเขาต้องเป็นคนฆ่าแฮร์รี่ และไม้กายสิทธิ์ของทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ฆ่ากันไม่ได้ เลยต้องยืมของคนอื่นค่ะ

บทที่ 2 - In memorandum

กล่าวถึงแฮร์รี่ที่ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ดูข้าวของเก่า ๆ และคิดถึงดัมเบิลดอร์  มีคอลัมม์ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ ประมาณดัมเบิลดอร์ในความทรงจำน่ะค่ะ  เขียนโดย Elphias Doge ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มาเข้าเรียนที่โรงเรียนพร้อม ๆ กัน ตอนนั้นพ่อของดัมเบิลดอร์เพิ่งถูกจับฐานทำร้ายมักเกิ้ล ถูกขังที่อัซคาบัน ทำให้ดัมเบิลดอร์ถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดมักเกิ้ลไปด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้น เขาเป็นคนฉลาดที่สุดในโรงเรียน มีเพื่อนเป็นคนมีชื่อเสียงหลายคน ได้รางวัลมากมาย ..

สามปีหลังจากพว กเขาได้เรียนที่โรงเรียน น้องชายของดัมเบิลดอร์ชื่อ Aberforth ได้มาเข้าเรียน ซึ่งเหมือนว่า เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน และดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไหร่ .. หลังเรียนจบ Elphias กับดัมเบิลดอร์ตั้งใจจะออกท่องเที่ยวด้วยกัน แต่เกิดเรื่องขึ้นคือแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย และหลังจากนั้นอีกปี น้องสาวของดัมเบิลดอร์ก็ตาย พี่น้องห่างกันมากยิ่งขึ้น .. Elphias กล่าวยกย่องดัมเบิลดอร์ว่าได้ทำประโยชน์ต่อสังคมของพ่อมดแม่มดมาก ๆ แล้วก็ได้พูดถึงการประลองเวทย์ของดัมเบิลดอร์กับ Grindelwald แล้วก็ มีข่าว Interview ริต้า สคีเตอร์ ที่กำลังจะออกหนังสือประวัติชีวิตของดัมเบิลดอร์ ซึ่งแฮร์รี่อ่านสัมภาษณ์เสร็จก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที

บทที่ 3 - The Dursleys Departing

พวก Dursleys โดยเฉพาะลุงเวอร์นอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่แฮร์รี่เตือนถึงอันตรายต่อครอบครัว คิดว่าแฮร์รี่จะยึดบ้าน แต่แฮร์รี่ก็พูดกล่อมจนเขายอมไปอีกครั้งและเพราะดัดลีย์เห็นด้วยกับแฮร์รี่ แผนคือต้องให้พวก Dursleys จะไปอยู่ที่ปลอดภัย จะได้ไม่ถูกพวกโวลดี้จับไปทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่แล้วนั่นอาจคือครั้งสุดท้ายที่แฮร์รี่จะได้พบพวก Dursleys อีก แอบซึ้งเล็กน้อยเพราะอย่างน้อย ดัดลีย์ก็เหมือนจะจำได้ว่าแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตไว้ ป้าเพ็ตทูเนียเหมือนจะพูดอะไรก่อนไป แต่ก็พูดไม่ออก พูดแต่เพียงว่าลาก่อน ...

Note :

อย่างน้อยถึงไม่เคยชอบหน้ากัน แต่ก็มีความผูกพันค่ะ

บทที่ 4 - The Seven Potters

พวก Dursleys ไปแล้ว แฮร์รี่ระลึกความหลังกับบ้านหลังนี้ขณะหนึ่งก่อนจะมีคนมารับ แผนคือให้เพื่อน ๆ ดื่มน้ำยาสรรพรสเป็นแฮร์รี่และแยกกันไปแต่ละที่ แล้วค่อยใช้กุญแจนำทางมายังบ้านโพรงกระต่ายค่ะ แฮร์รี่ไปกับแฮกริดโดยมอเตอร์ไซด์คันเดิมที่เคยใช้มาส่งแฮร์รี่ที่บ้านนี่ล่ะ สองคนนี้เดินทางไปที่บ้านพ่อแม่ของท็องก์แล้วใช้กุญแจนำทางไปบ้านโพรงกระต่ายมันดันกัสปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับมูดดี้  อาเธอร์ไปกับเฟร็ดที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ ลูปินไปกับจอร์จที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ บิลไปกับเฟลอร์ที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับคิงสลีย์ รอนปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับท๊องก์ ทั้งหมดไปโดยไม้กวาด หรือ Thestral

ท ันทีที่แยกกันไปทุกคนก็ถูกโจมตีจากผู้เสพความตายค่ะ .. ทั้งหนีทั้งสู้วุ่นวายน่าดู แฮร์รี่กำลังสาปให้ผู้เสพความตายตัวแข็ง เขาหันไปเห็น Stan แฮร์รี่เลยใช้คาถาปลดอาวุธแทน สเตนเลยตะโกนบอกคนอื่นว่านี่คือแฮร์รี่ตัวจริง ผู้เสพความตายที่ล้อมอยู่หายไปพักหนึ่ง .. ก่อนจะกลับมาใหม่พร้อมกับโวลเดอมอร์ ที่พยายามจะฆ่าแฮร์รี่ ทันทีที่จะถูกคำสาป ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็ เอ่อ เรียกไงดีล่ะ act of its own ทำตามใจตัวเอง โดยที่แฮร์รี่ไม่ได้ สั่งหรือโบกไม้น่ะค่ะ ไม้ของลูเซียสที่โวลเดอมอร์เอามาใช้ระเบิด โวลเดอมอร์ถอยทัพไป แฮร์รี่กับแฮกริดตกลงที่บ่อน้ำ ตรงบ้านพ่อแม่ท็องก์พอดีค่ะ

Note :

เฮ็กวิดตายค่ะ .. .. .. ทำไปได้นะ ป้าเจเค นกฮูกป้ายังฆ่าเลยค่ะ

บทที่ 5 - Fallen Warrior

แฮร์รี่กับแฮกริดมายังบ้านพ่อแม่ของท๊องก์อย่าง (ค่อนข้างจะ) ปลอดภัย คุยกันพักหนึ่ง แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าทำไมโวลดี้ถึงถอยไป เพราะว่ามอเตอร์ไซด์พุ่มเข้ามาในเขตคาถาคุ้มครองของทางภาคีพอดีค่ะ แฮร์รี่เกือบจะพุ่งไปหาแม่ของท๊องก์เพราะเธอคล้ายกับเบลลาทริกซ์มาก แฮร์รี่กับแฮกริดใช้กุญแจนำทางกลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายเป็นคู่แรก ซึ่งตามที่นัดกัน พวกเขาต้องกลับเป็นคู่ที่สาม ทำให้มอลลี่กับจินนี่เป็นห่วงคนอื่น ๆ มากไม่นาน ลูปินกับจอร์จก็กลับมา โดยที่จอร์จบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย โดนสเนปทำร้ายที่ศีรษะ หูขาดไปหนึ่งข้างเฮอร์ไมโอนี่กับคิงสลีย์ เฟร็ดกับอาเธอร์ รอนกับท๊องค์ บิลกับเฟลอร์ กลับมาอย่างปลอดดภัย .. บิลเล่าว่า กลุ่มเขากับมูดดี้บินอยู่ใกล้ ๆ กัน ทันทีที่โวลเดอเมอร์โจมตี มัน ดันกัสตื่นตกใจและหายตัวไป คำสาปของโวลดี้เลยโดนมูดดี้เข้าเต็ม ๆ ที่หน้า กระแทกเขาจนตกจากไม้กวาดและตามที่บิลคาดการณ์ มูดดี้ได้เสียชีวิตแล้ว พวกเขาปรึกษากันว่าแผนรั่วได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่รัดกุมและมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางของแฮร์รี่ใหม่ แต่โวลดี้ก็

ยังรู้อยู่ดี แฮร์รี่บอกว่าเขาเชื่อใจทุกคนในที่นั่น จนลูปินเอ่ยปากเตือนว่าเขาเหมือนเจมส์ในเรื่องการเชื่อใจเพื่อน ๆ (แต่ก็ถูกปีเตอร์หักหลังในที่สุด) ฮร์รี่พูดเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขาที่ร่ายเวทย์เองโดยที่เขาไม่ได้ทำ แต่เหมือนไม่มีใครเชื่อ ทำให้แฮร์รี่คิดถึงดัมเบิลดอร์มาก ๆ ว่าเขาคงต้องยอมฟังและแนะนำอะไรดี ๆ ให้ได้ แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น แล้วเขาก็เห็นภาพในศีรษะ โวลเดอมอร์กำลังทำร้ายโอลิแวนเดอร์ เรื่องไม้กายสิทธิ์ เพราะคิดว่า โอลิแวนเดอร์โกหกตนเองให้แฮร์รี่รอด เรื่องที่เขาต้องใช้ไม้กายสิทธิ์คนอื่นแทนไม้ของโวลดี้เอง

Note :

- มีใครนับไหม ว่ากี่ศพแล้ว ..

 

กลอนของมีกละ

 

ถามความตามใจจะรู้สึก

ส่วนลึกยังมีกันอยู่ใช่ไหม

ส่วนตื้นก็เหลือแบ่งเรื่อยเรื่อยไป 

ส่วนใจก็รักได้หลายหลายคน

ตอบความตามใจจะรู้สึก 

ส่วนลึกไม่มีเหลือไว้สับสน

ส่วนตื้นเทไปให้ใจวน

ส่วนคนที่เหลือคือเสียใจ

บอกความตามใจจะรู้สึก

ส่วนสึกแน่นหนักจะได้ไหม

ส่วนลึกอย่าเล่นจนเอนใจ 

ส่วนสุดท้ายจะไม่เหลือแม้ใจเอง

 

น้ำอะไรก็ได้

 

เคยเข้าไปนั่งในร้านอาหารแล้วสั่ง "น้ำอะไรก็ได้" มั้ยคะ

แต่ถ้าคุณไปสั่งน้ำอะไรก็ได้ที่สิงคโปร์ คุณก็จะได้ "น้ำอะไรก็ได้" สมใจเลยแหละ ^^"

เพราะเดี๋ยวนี้ เค้าผลิตน้ำยี่ห้อ Anything กับ Whatever มาขายกันแล้ว

แถมสั่งมาแล้ว เรายังไม่มีทางรู้ว่าเราจะได้กินน้ำอะไรจนกว่าจะเปิดกระป๋องซะอีก

อย่างเช่น ถ้าสั่งน้ำ Anything เราก็จะได้น้ำอัดลม ประเภทโคล่า หรือรูทเบียร์

แต่ถ้าสั่งน้ำ Whatever ก็จะได้น้ำที่ไม่อัดลม ประเภท ชามะนาว น้ำแอปเปิ้ล น้ำเก๊กฮวย เป็นต้น  

หน้าตาของน้ำ "อะไรก็ได้" เป็นแบบนี้แหละ ^^"

 

อันนี้ กระป๋องเหมือนกัน แต่เปิดออกมาได้น้ำคนละอย่างซะงั้น  

 

 

ประโยคภาษาอังกฤษสนุก ๆ

 

1 Would you like to try some Thai Foot (Food)? It’s very delicious.

คุณอยากจะลองกินส้นตีนไทย(อาหาร)ไทย บ้างไหม? (อร่อยนะ จะบอกให้ หมักถุงเท้ามา 3 วันแล้ว)

2 Acharn Chris , I will give you a Massage (Message) tomorrow.

อาจารย์คริสขา เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูนวด(ส่งข้อความ) ให้นะคะ (มาเลยกำลังเมื่อยพอดี)

3 I was Burn (Born) in Bangkok in 1997.

ฉันถูกเผา(เกิด)ที่กรุงเทพฯในปี1997 (เฮ้ย อย่างนี้ก็ผีนี่หว่า)

4 I ate Lice (Rice) with my girl friend yesterday.

เมื่อวานนี้ผมไปกินเหา(ข้าว) กับแฟน (แฟนผมเป็นลิง  She is a monkey, her name is ไข่นุ้ย)

5 I like to watch Goat (Ghost) movies.

ผมชอบดูหนังแพะ (ผี) มาก  (สงสัยบ้านผีแพะภาค 8)

6 I like to Freeze (Feed) my dog every Sunday.

ผมชอบเอาหมาไปแช่แข็ง(ให้อาหาร) ทุกวันอาทิตย์ (แล้วพอวันอังคารก็เอามันมาตุ๋นยาจีน)

7 Can I have a Shit (Cheese) Burger and a Feet (fish) Burger please?

ขอเบอร์เกอร์ขี้ (ชีส) กับเบอร์เกอร์ตีน (ปลา) หน่อยครับ (อาหารเด็ดประจำแมคเขา   ว่าแต่สาขาไหนฟะ)

8 Can I have some French Flies (Fries) please?

ขอแมลงวันฝรั่งเศส (มันฝรั่งทอด) 1 ที่ค่ะ

9 I like to Pray (Play) computer at night.

ผมชอบไหว้ (เล่น) คอมพิวเตอร์ตอนกลางคืน (สงสัยคอมฯ บ้านนี้จะศักดิ์สิทธิ์ ขอหวยกันทุกวัน)

10 Wow, look at the big Cow (Crown) on Miss Thailand’s head.

โอ้โห  วัว(มงกุฎ) บนหัวมิสไทยแลนด์ใหญ่จังเลย (นางสาวไทย นะยะ ไม่ใช่นางงามจัมโบ้)

11 I like to brush my Teats (Teeth) before I go to bed.

ดิฉันชอบแปรงนม(ฟัน)ก่อนนอนทุกคืน(ช่วยแปรงได้ไหมเนี่ย)

12 I like Porn (Prawns).

ผมชอบหนังโป๊ (กุ้ง) (เอามาแบ่งกันดูบ้างสิไอ้น้อง)

13     John I hate you, you are a Batman (Bad man).

จอห์น  ฉันเกลียดคุณ  คุณเป็นมนุษย์ค้างคาว(ผู้ชายไม่ดี)

กลยุทธ์ Get F (Full Score)

 

 

 

 
 

 

ฉันนั้นคือ นักเรียน เพียรศึกษา

ตื่นเช้ามา มุ่งออก ลอกการบ้าน

สังคมวิทย์ อังกฤษนั้น ลอกกันอาน

เรื่องเกียจคร้าน ไม่มีหรอก ลอกลูกเดียว

เวลาเรียน ก็นั่งหลับ สัปหงก

เวลายก มือตอบ ก็ลอบเสียว

เวลาสอบ ตอบกัน มันส์นักเชียว

ครูเผลอเหลียว หันหลังถาม งามคะแนน

เรื่องโดดเรียน เพียรนัก รักที่สุด

กลยุทธ์ ทิ้งร่ม เพื่อนชมแม่น

แต่บางครั้ง ก็โดดพลาด ไม่ขาดแคลน

ต้องถูกตี จนตูดแอ่น แสนจะอาย

 

 

 
 

เผยประวัติ L และผู้หญิงในตอนจบ

ชื่อจริงของ L ก็คือ

エル・ローライト หรือ L Lawliet

บทวิเคราะห์เกี่ยวกับชื่อของ L

คนญี่ปุ่นคนหนึ่งวิเคราะห์ว่า ローライト สามารถสื่อถึงความหมายว่า แสงอ่อนๆ (Low light) ได้ด้วย เพราะงั้นจะสื่อนัยว่าเป็นแสงที่อ่อนกว่าแสงจันทร์ (คันจิชื่อ 'ไลท์' มีความหมายว่า 'ดวงจันทร์' ได้ด้วย เข้าทำนอง L แพ้ ไลท์ นั่นเอง)

วันเกิดของ L: วันที่ 31 ตุลาคม 1979 ค่ะ ( 0.0 เหมือป๊ะป๋าเราเลย)

วันมรณะ : 5 พฤศจิกายน 2004

ส่วนสูง: 179 เซนติเมตร (โดยประมาณ)

น้ำหนัก: 50 กิโลกรัม (โดยประมาณ)

กรุ๊ปเลือด: ไม่ปรากฏ

ของที่ชอบ: ของหวาน

ของที่เกลียด: ถุงเท้า (เกลียดทำไม)

บทสัมภาษณ์อาจารย์โอบะและอาจราย์โอบาตะ

Q: สาวกหญิงที่ปรากฏตัวออกมาในตอนจบเป็นใครกันแน่?

Oba: เป็นสาวกคนหนึ่งที่เทิดทูนบูชาคิระเท่านั้นเอง ไม่ใช่มิสะหรอกค่ะ

Obata: ผมวาดหล่อนตามภาพลักษณ์ที่ผมเห็น ไม่ได้มีบรรทัดฐานอะไรเป็นพิเศษคับ

Q: ทำไมมิสะจึงไม่ได้ปรากฎตัวออกมาในตอนจบ?

Oba: ก็เพราะว่าตามสถานการณ์แล้วยังไงก็เขียนออกมาไม่ได้ค่ะ ในเมื่อมิสะรักไลท์และคนที่เคยใช้เดธโน้ตจะประสบแต่โชคร้ายแล้วล่ะก็ ฉันคิดว่ามัตสึดะก็คงจะหลุดปากเรื่องการตายของไลท์ออกไปเองนั่นล่ะค่ะ แล้วหล่อนก็น่าจะ...รู้สึกสิ้นหวังเลยฆ่าตัวตาย

เพื่อนสนิท

เพื่อนสนิท...ก็คือ เพื่อน ธรรมดาๆ คนนึงที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆ อย่าง ที่คล้ายๆ กับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น ถึงจะ มาสนิทกันได้

บางทีอาจไม่ใช่นิสัย...บางทีอาจไม่ใช่หน้าตา...บางทีอาจไม่ใช่ฐานะ...บางทีอาจไม่ใช่ระดับความรู้...แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องเป็นมันคนนี้เท่านั้น

บางครั้ง...เราก็ไม่ไปที่ที่เราอยากไป เพียงเพราะว่า ไม่มีมันไปด้วย

บางครั้ง...นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตายกลับทะลักออกมาได้จน หมด

บางครั้ง...ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย เราจะหัวเราะได้ ดังกว่านี้

บางครั้ง ..ร้อยคำปลอบใจของใครก็ ไม่รู้ ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆ ที่หัวไหล่ บอกเป็นนัยๆ ว่า ฉันยังอยู่ตรงนี้

เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . . .

เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ...มากจนบางคน แยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟนว่า อะไรสำคัญกว่ากัน ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย

แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก...เพื่อน จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเรา ทันทีเวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที...ก็ตอนที่อกหักนู่นแหละ

ก็เคยคิดเหมือนกันนะ ถ้าเราเป็นมันจะรู้สึกยังไง? เวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรักก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยว ไหนกับมันเลย นานๆ ถึงจะโทรไปหาที

แต่พอผิดหวังพอเจ็บตัวขึ้นมา นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้ว ก็จะไล่มันให้กลับไปนอนเหอะ ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆ ทั้งนั้นไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอ แล้ว

แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า...เพื่อนคือ คนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ แต่แทนที่มันจะด่าว่าอกหักแล้วค่อยนึกถึงเพื่อน...กลับกลาย เป็นว่า"มึงรู้ไหมว่ากูดีใจแค่ไหน ที่เวลามึงเสียใจ กูเป็นคนแรกที่มึงนึกถึง"

เพื่อน ... คือ คนที่เมื่อเราสุขเราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา แต่เป็นคนไม่มีวันปล่อยให้เราล้มลง ไม่ว่าเราจะเจ็บมาจากไหน

。。。 。。。 。。。 。。。

ล อ ง คิ ด ดู ซิ ว่ า เ ร า พ บ เ พื่ อ น แ บ บ นี้ รึ ยั ง

แ ต่ สำ ห รั บ ฉั น ... ฉั น พ บ มั น แ ล้ ว

ละครถาปัด vs ละครมนุด

 

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันได้ไปดูละครคณะของถาปัด(Dodge City) และของคณะมนุด (The Golden Flower) แต่ละเรื่องต่างก็มีจุดเด่นของตัวมันเอง มันทำให้ฉันซึ่งป็นคนดูตาดำๆรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

。。。 。。。 。。。 。。。

เริ่มจากเรื่องตั๋ว

ถาปัดทำเป็นกำไลหนังที่ดูเท่และแนวจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นตั๋วหนัง

มนุดเป็นตั๋วลักษณะแบบตั๋วคอนเสิร์ต

ถาปัดทำแต้มนำไปก่อน กับไอเดียตั๋วเก๋ไก๋ 1-0

。。。 。。。 。。。 。。。

เรื่องของฉาก

ถาปัดทำฉากได้ลงตัว แต่ที่ทำให้ฉันทึ่งก็คือ ตึกไม้สองชั้นนี้แหละทำได้ไงนี้

ฉากของมนุดเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนและลงตัว บงบอกถึงยุดสมัยของตัวละครได้ดีทีเดียว

มนุดบี้ตามมาติดๆเป็น 2-1 กับการสร้างแกได้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

。。。 。。。 。。。 。。。

เรื่องของเนื้อหา

ถาปัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับคาวบอย ความแค้นระหว่างเพื่อน และความรัก

มนุดเกี่ยวกับภาพสังคมในอีกแง่มุมหนึ่งที่เราไม่เคยรู้ พูดง่ายๆคือเรื่องของคุณตัว

มนุดไล่ตามมาทัน 2-2 เพราะความแปลกใหม่ของเนื้อ

。。。 。。。 。。。 。。。

เรื่องของรางวัล

ถาปัดไม่มีเลยแหะ

มนุดได้รางวัลละครสะท้อนสังคมมา 1 รางวัล

มนุดชนะไปอย่างฉิวเฉียด 2-3 เพราะเนื้อหาที่สะท้อนชีวิตของสังคมอีกด้านหนึ่งมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์

。。。 。。。 。。。 。。。

นอกเรื่องนิดหน่อย

ฉันชอบตัวละครที่ชื่อไบรอันจากเรื่อง Dodge city มากเลย น่ารัก จำบทพูดเก่ง แต่เสียอย่างเดียวหลุดบ่อย ส่วนของคณะมนุดคงหนไม่พ้นเจเจ๊ไอซ์ในบท เมืองแมน ที่แสดงได้สมบทบาท (เลวได้ใจดี) แถมยังไม่หลุดอีกต่างหาก อ๋อ แล้วก็กล้า (พี่ตะกร้อ) ขอชมว่าเสียงดีมาก อีกอย่างฉันชอบตอนรำพัดของเรื่องคุณตัวมากเลย คนแสดงน่ารักทุกคนแถมยังรำสวยอีกต่างหาก ส่วนของถาปัดคงเป็นตอนที่ซอมบี้ออกมาเต้นมั่งน่ะ แต่ยังไงก็สู้คณะมนุดไม่ได้ เพราะมันครบสูตรจริงๆ นี้ไม่ได้เข้าข้างคณะตัวเองน่ะ แต่เป็นการพูดไปตามเนื้อผ้า

。。。 。。。 。。。 。。。

ปล. ถึงละครคณะมนุดจะชนะใจฉัน แต่หนุ่มถาปัดที่หล่อๆ เน้นหล่อ อยู่ในใจของฉันเสมอ

_$$$$$____________________________________________________________$$$$$$$$_____ _$$$$$$$$$______________________________________________________$$$$$$$$$$_____ __$$$$$$$$$$$$________________________________________________$$$$$$$$$$$$_____ __$$$$$$$$$$$$$$$$__________________________________________$$$$$$$$$$$$$$_____ ___$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____________________________________$$$$$$$$$$$$$$$$_____ ___$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$_____ ____$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$______ _____$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$__________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$______ _______$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______ ________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______ __________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_______ ___________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_______________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_______ _____________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________ ________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$__________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________ __________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________ ______________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________ ________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____$$$$$$$$$$$$$$$$$___________ _____________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___$$$$$$$$$$$$$$$$____________ __________________________________$$$$$$$$$$$$$$$__$$$$$$$$$$$$$$______________ ______________________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________________ __________________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________________ ___________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________________ ________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$__________________ _______________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________________ ______________________$$$$$$$$____$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______________ ___________________$$$$$$$$$______$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____________ _________________$$$$$$$$$$$______$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________ ________________$$$$$$$$$$$$$____$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________ _______________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$__________ ______________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$__________ _____________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________ _____________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________ ______________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$____________ ________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$____________ ___________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_____________ _______________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$______________ ___________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$________________ _____________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$_________________ _______________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$___________________ ______________________________$$$$$$$$$$_____$$$$$$$$$$________________________ _______________________________$$$$$_________$$$$$_________$$$$$_______________ ________________________$$$$_________$$$$____________$$$$$$$$$_________________ ________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$_____$$$$$$$$$$_______________________ ________________________$$$$$$$$$$$$$$$$$___$$$$$______________________________ ________________________$$$$_____$___$$$$_$$$$_________________________________

เคยไหม

 

เคยไหม...แค่ ใครบางคน เดินผ่านมา แล้วเราก็มองตามเขาจนลับตา

เคยไหม...แค่ ใครบางคน บังเอิญส่งยิ้มมา ก็ทำให้เราอมยิ้มคนเดียวไปได้ทั้งวัน

เคยไหม...แค่ แค่เพื่อนพูดถึงชื่อ ใครบางคน เราได้ยินแล้วใจเต้นแรง

เคยไหม...นอนไม่หลับทั้งคืน เพราะเมื่อกลางวันเหลือบเห็น ใครบางคน เดินกับผู้หญิงหน้าตาดี

ถ้าใครตอบว่า "เคย" มากกว่า 3 ข้อเชื่อได้เลยคุณตกหลุมรักใครบางคน คนนั้นเข้าแล้วหละค่ะ ช่วงเวลานี้แหละค่ะเป็นช่วงเวลาที่เราจะมีความสุขที่สุดเกิดขึ้นตรงหัวใจน้อยๆของเรา

______00000000000______000000000________ _____00000000000000___0000000000000_____ ___000000000000000000000000_____0000____ __00000000000000000000000000______000___ _0000000000000000000000000000_____0000__ _000000000000000000000000000000___0000__ _00000000000000000000000000000000_0000__ _0000000000000000000000000000000000000__ _0000000000000000000000000000000000000__ __00000000000000000000000000000000000___ ___000000000000000000000000000000000____ ____0000000000000000000000000000000_____ _____00000000000000000000000000000______ _______0000000000000000000000000________ _________000000000000000000000__________ ___________00000000000000000____________ _____________0000000000000______________ _______________000000000________________ _________________00000__________________ ___________________0____________________

รักเขาข้างเดียว ไปเพื่อ...

 

 

 

 

 

 

 

.

หากเรา หาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่า . . . ทำไม . . . เราถึงรักคนๆ นี้นัก แล้ว เหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง . . . รักเพราะรัก

ฟังดูอาจเลื่อนลอย ไร้จุดหมายเกินไป แต่สำหรับ คนที่รักกัน . . . เหตุผลเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอ ที่จะสานต่อความรัก . . . ให้อยู่ต่อไป

แต่กับคนที่เรารักเขา . . . แล้วเขาไม่รักเรา ไม่เคยจะมองเห็น แม้แต่คุณค่า ในตัวเรา ต่อให้เรา หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขา เพียงไหน หรือให้เหตุผลมากมาย. . . ในคำว่า รักที่เรามีให้ เขาก็คง มอง ไม่เห็นมันเหมือนกัน  

และกับคนประเภทนี้ . . . ยิ่งเราเรียกร้องมาก แค่ ไหน . . . ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจ . . . ให้กับเราเท่านั้น  

ถ้าคุณ มี ความสุขกับมัน . . . ก็ดีไป แต่สุข . . . แล้วเหนื่อยใจ ก็น่าคิดเหมือนกัน คนเรา . . . เหนื่อยแล้วก็ต้องพัก ต้องหาทางออก ที่ทำให้เราดีขึ้น  

กับเรื่องของ ความรัก ก็เช่นกัน เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้าง ลอง หยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง . . . แล้วมาเดิน(แค่เดิน)ตามตัวเองดูสักหน คุณอาจ รู้สึกดีกว่า . . . การต้องวิ่งตามใครคนนั้น อย่างน้อยๆ คุณจะพบ ว่า . . . การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้น . . . ไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย  

ความจริงแล้ว . . . การรักตัวเอง ไม่ยากเลย ถ้ายังไขว่คว้าหารัก แต่ยังไม่พบเจอคนที่รักเราจริง ก็อย่าฝืนที่จะรัก . . . เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง ถ้าเสียใจ ก็ขอให้ คิดถึงตัวเองให้มากๆ แล้วบางทีสิ่งดีๆ . . . ก็อาจรอเราอยู่ในวันข้างหน้า  

หลังจากอ่านบทความนี้จบ แล้ว.... 

ก็ขอให้สมหวังในความรัก ตลอดปีเลย 

 

เพื่อน vs แฟน

 

 

 

 

 

 

 

 

อาหาร  

เพื่อน:ข้าวราดแกง /ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30 -แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ

แฟน:แดกห่าอะไรก็ได้ ที่มันไม่ใช่ข้าว - ปาเกตตี้ เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิสุ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น

。。。 。。。 。。。 。。。

สถานที่

เพื่อน:สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก

แฟน:โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม...!?

。。。 。。。 。。。 。。。

ข้ามถนน

เพื่อน:…อ้าว!เหี้ย… รอกูด้วย(แม่ง ข้ามไปนานละ)

แฟน:ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ!จับมือผมไว้

。。。 。。。 。。。 。。。

ที่ บ้าน

เพื่อน:มาเพื่อ ดื่ม เมา นินทาเพื่อน ด่าชาวบ้าน เฮฮาปาจิงโกะ

แฟน:มาเพื่อ …สุดยอดเลยที่ร๊ากกกกกกกกก

。。。 。。。 。。。 。。。

เวลาเดิน

เพื่อน:เฮ้ย!ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!

แฟน:แนบชิดประหนึ่งตัวดูดแบบ สุญญากาศ

。。。 。。。 。。。 。。。

บนรถเมล์

เพื่อน:เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!

แฟน:นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง

。。。 。。。 。。。 。。。

บนรถเมล์(2)

เพื่อน:เฮ้ย มึงมีป่าว วะ ออกไปก่อนดิ กูมีแบงค์พัน

แฟน:2 คนครับ(ยื่นเงินให้กระเป๋าฯ)

。。。 。。。 。。。 。。。

เงิน

เพื่อน:ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)

แฟน:มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น

。。。 。。。 。。。 。。。

มาสาย

เพื่อน:ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลยสาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย(เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือนกัน)

แฟน:ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้

。。。 。。。 。。。 。。。

ช่วยทำธุระ

เพื่อน:ไม่เคย ว่าง -ขนของย้ายห้องเหรอวะ ...เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ

แฟน:ว่างเสมอ -อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า

。。。 。。。 。。。 。。。

กลับบ้านดึก

เพื่อน:กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะเว้ย

แฟน:เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียว อันตราย

。。。 。。。 。。。 。。。

ป่วย

เพื่อน:เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน

แฟน:เป็นไรมากมั้ย?กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ(แม่งดูแลแม่ อย่าง นี้ป่าววะ)

。。。 。。。 。。。 。。。

เวลาอยู่ด้วยกัน

เพื่อน:เยี่ยว ขี้ ขากเสลด ซื้ด ขี้มูก ตด -ห่านี่ อุบาทชิบหาย

แฟน:แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึง เกงใน เช็คขนจ้ากแร้ -ตามบายๆ

。。。 。。。 。。。 。。。

สอนหนังสือ

เพื่อน:กูสอนมึง 3รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหญ้าแทนข้าวไงวะ

แฟน:ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะครับจะอธิบายให้ใหม่

。。。 。。。 。。。 。。。

วาเลนไทน์

เพื่อน:……………(วันนี้มันไม่มีตัวตน

แฟน:ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และขนหน้าอก

。。。 。。。 。。。 。。。

โดนทิ้ง

เพื่อน:ไม่เป็นไรเว้ย!ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่

แฟน:เราไปกันไม่ได้ /อย่ามายุ่งกับเรา /ไปไหนก็ไป รำคาญ

。。。 。。。 。。。 。。。

 

แค่อยากมีใครสักคนข้างกาย เท่านั้นเอง...จริงน่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้จมดิ่งลงไปในความเศร้า ที่มันเกาะกินอยู่ตั้งแต่นั้นตลอดมา 

จากที่เคยมีความสุข อยู่กับคนที่รักโดยแทบที่จะไม่ต้องกังวลสิ่งใดๆ ต่างๆนาๆ แต่เพียงแค่เหตุผลโง่ๆ แค่ 2 ข้อแค่นั้นหละ แค่นั้นจริงๆ

นั่นหละสิ่งที่เรียกว่าความสูญเสีย นั่นหละสิ่งที่ทำให้คนๆนึง เป็นเพียงแค่ของเล่น ที่กำลังถูกเชิดด้วยความอ่อนโยนจากคนๆนึง ที่เอาความรักจอมปลอมบังหน้าไว้ เสมือนหน้ากาก

แห่งความอ่อนโยน ทำร้ายทุกๆคนที่สัมผัสมัน ความจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างควรที่จะต้องไขว่คว้าเอง โดยเริ่มจากความจริงใจของตนเองก่อนนั่นหละ

แล้วสิ่งดีๆ มันก้อจะตามมา พร้อมกับความจริงใจที่คนอื่นมีต่อเรา มันจะกลับมาในเวลาที่คับขัน หรือเวลาที่คนเราต้องการใครซักคนอยู่ข้างๆกัน

คงมีใช่ไหมในโลกนี้ รักแท้ที่สามารถฉุดคนๆนึง ขึ้นมาจากซากปรักหักพังของชีวิต อยู่ไปวันๆเหมือนไร้ค่า ก้อเหมือนแค่หนอนดินตัวหนึ่ง ที่รอให้แดดเผาตาย เท่านั้นเอง

เพียงแค่อยากลืม จึงจำเป็นต้องทำเหมือนกับว่า สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นซักนิดเดียว ต้องทำตัวเหมือนกับตัวเองเป็นคนไร้ความเมตตา ทั้งๆที่ข้างในมันอยากจะมีใครซักคนเคียงข้าง

ฝัน วางเอาไว้แล้วต้องไปให้ถึง การที่ชอบใครซักคนนึง ในทุกครั้งที่คิดถึง ในทุกครั้งที่โทรหา ก้อเพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่า มีคนๆนึง เป็นห่วงเธอทุกๆเวลา

ถึงแม้จะไม่ใช่คนรัก แต่ก้อเป็นห่วงทุกเวลานั่นหละ ถ้าเราคิดถึงกันบ้าง ก้อคงจะมีกำลังใจทำหลายๆอย่างได้

แค่อยากมีคนที่อยู่ข้างๆ เวลาที่ไม่มีใคร นั่นหละ สิ่งที่ต้องการ แค่นี้ก้อคงเรียกได้แล้วว่า "ความสุข"

รู้ตัวเองดีว่าเป็นคนหน้าตาไม่ดี นั่นก้อแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่สามารถตัดสินอะไรได้ทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง

"จะเป็นดอกหยางกุ้ยเฟย หรือมันดาราเคะก็ตาม ถึงแม้จะดื่มยาอาถรรพ์ใดๆที่มีในโลก ก็คงไม่มีทางทำให้นิทราอันแสนหวาน กลับคืนมาหาเราอีกเป็นครั้งที่สอง"

คงน้ำเน่าล่ะนะ ชีวิตของคนๆนึก แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก้อต้องระบายสิ่งที่มันอัดอั้นในใจออกมามั่ง เก็บเอาไว้คนเดียวก้อเหมือนดาบที่ทิ่มอยู่ ไม่ดึงมันออกเลย ก้อตายง่ายๆซะเปล่าๆ

 

ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ

 

 

 

 

                            

 

 

บางครั้งเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆไป หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่า “ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ 

ฉันไม่ได้สนใจและใส่ใจกับคำถามนั้นสักเท่าไหร่ เพียงแค่รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรเสียเลย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตอบเล่นๆไปว่า “ก็คงมีเพื่อความสะดวกมั๊ง หรือไม่ก็ช่วยให้คนขี้ลืมที่ชอบวางยางลบไม่เป็นที่เป็นทางได้มี ยางลบใช้มั๊ง”

เพื่อนของฉันก็อมยิ้ม ก่อนที่จะตอบฉันสั้นๆว่า “ไม่ใช่”

;“อ้าว... งั้นเพราะอะไรล่ะ” ฉันอดที่จะถามไม่ได้ ก็เพราะว่า “คนเราสามารถทำผิดกันได้” ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง หลังจากที่ได้ยินคำตอบ และปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไปโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบ สั้นๆของเธอเท่านั้น

คำถามของเพื่อนที่ฉันเคยมองว่ามันไร้สาระ กลับทำให้ฉันเก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง

>“ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ” เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้ แต่จงจำไว้ว่า ... เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ เพราะนั่นอาจหมายความว่า เรากำลังทำผิดซ้ำๆจนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้

ฉันเองยังไม่รู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนนั้น ถูกต้องหรือไม่... นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการมากสักเท่าไหร่

แต่สิ่งที่ฉันอยากได้รับ คือ เพื่อนของฉันคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตและยอมรับการกระทำของตัวเอง...หรือพวกคุณคิดว่าไง

 
 

ความหมายของเพื่อน

 

 

 

 
 

 

คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง

คอยฟัง ยามเพื่อนขอ

คอยรอ ยามเพื่อนสาย

คอยพาย ยามเพื่อนพัก

คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์

คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ

คอยง้อ ยามเพื่อนงอน

คอยสอน ยามเพื่อนผิด

คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ

คอยเจอ ยามเพื่อนหา

คอยลา ยามเพื่อนกลับ

คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน

คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว

คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น

คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน

คอยหอน ยามเพื่อนเห่า

คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ

คอยอุบ ยามเพื่อนปิด

คอยคิด ยามเพื่อนถาม

คอยปราม ยามเพื่อนหลง

คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง

คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด

คอยอด ยามเพื่อนทาน

คอยคาน ยามเพื่อนล้ม

คอยชม ยามเพื่อนชนะ

คอยสละ ยามเพื่อนชอบ

。。。 。。。 。。。

อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนที่คุณเรียกว่า "เพื่อน" น่ะ

เพราะเค้าคือเพื่อนจริงๆ